เรื่องสิวสิว ที่หลายคนเสียว เสียว


ทำความรู้จักกับเรื่องสิวสิว

  1. สิว (Acne vulgaris) เกิดจากการอุดตันของ คอมีโดน (comedones) ในรูขุมขน

1.1 คอมีโดน คือสารเหนียวที่เกิดจากการรวมตัวของ น้ำมัน + ขนอ่อน + เซลล์ผิวที่ลอกตัว +แบคทีเรีย

1.2 ระยะเวลาการก่อตัวของคอมีโดนเฉลี่ยอยู่ที่ 2 สัปดาห์ ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะค่อยๆโตขึ้น ทำให้ท่อไขมันและรูขุมขนโป่งพองดันผิวหนังนูนขึ้น จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ระยะนี้เองที่เราเรียกมันว่า ” สิว “

1.3 สิวเกิดได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่อาจจะพบมากในวัยรุ่น เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการสร้างน้ำมันจำนวนมาก

1.4 บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก และแผ่นหลัง เป็นบริเวณที่เป็นสิวได้ง่าย

  1. ประเภทของสิว โดยทั่วไปเราแบ่งสิวออกเป็น 2 ประเภท คือ

2.1 สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) บางคนเรียก สิวอุดตัน สิวไม่มีหัว สิวคอมีโดน สิวผด สิวเสี้ยน และอีกหลายๆอย่าง จะเห็นว่าแต่ละคนเรียกชื่อสิวไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ยากต่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
2.2 สิวอักเสบ (inflammatory acne) สิวประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ มีการบวม แดง

สิวเกิดจากการอักเสบของหน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน( pilossebaceous unitv )โดยมากมักเป็นบริเวณหน้า คอ และลำตัวส่วนบน ซึ่งเป็นต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่หนาแน่น มักพบในวัยรุ่น แต่บางคนอาจเป็นๆหายๆจนอายุเลย 40 ปีทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดสิวและในวิถีประจำวันของเราๆ ก็มีมลพิษและปัจจัยอื่น ๆ มากมายที่กระตุ้นให้เจ้าสิวตัวร้ายผุดพรายขึ้นบนใบหน้า ยิ่งแสงแดดร้อน ๆ ในช่วงฤดูซัมเมอร์ที่ทำให้เกิดเหงื่อไคลบนใบหน้ามากกว่าปกติ หากทำความสะอาดผิวไม่หมดจดก็จะนำไปสู่ปัญหาสิวมากขึ้นเป็นทวีคูณเลยทีเดียว

  1. การจัดระดับความรุนแรงของสิว

3.1 สิวเล็กน้อย (mild acne) มีหัวสิวไม่อักเสบ( comedone )เป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบ (papule และ pustule)ไม่เกิน 10 จุด

3.2 สิวปานกลาง (moderate acne) มี papule และ pustule ขนาดเล็กจำนวนมากกว่า 10 จุดและ/หรือ มี nodule น้อยกว่า 5 จุด

3.3 สิวรุนแรง (severe) มี papule และ pustule มากมาย มี nodule หรือ cyst เป็นจำนวนมากหรือมี nodule อักเสบอยู่นานและกลับเป็นซ้ำหรือมีหนองไหล มี sinus tract

  1. อาการที่แสดงออกจากการเป็นสิว ลักษณะทางคลินิกของสิว บริเวณที่เป็นสิวบ่อย คือ หน้า รองลงมา คือ คอ หลัง และอก ส่วนบน โดยเราจะแบ่งสิวได้เป็น 2 ลักษณะดังนี้ก็คือ

4.1 ชนิดไม่อักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขน เรียกว่า comedone (ductal hypercornification) มี 2 ชนิด – closed comedone เป็นตุ่มกลมเล็กแข็งสีขาวจะเห็นชัดขึ้นเมื่อดึงผิวหนังให้ตึงหรือโดยการคลำ – open comedone เป็นตุ่มกลมเล็กแข็งคล้าย closed comedone แต่ตรงยอดมีรูเปิดและมีก้อนสีดำอุดอยู่

4.2 ชนิดอักเสบ ได้แก่ – papule ตุ่มสีแดงขนาดเล็ก – pustuleได้แก่ superficial และ deep pustule – nodule ก้อนสีแดงภายในมีหนองปนเลือด บางครั้งอาจเป็นหลายหัวติดกัน – cyst ก้อนนูนแดง นิ่ม ภายในมีหนองปนเลือด เมื่อสิวหายอาจจะเหลือร่องรอยได้หลายแบบ ได้แก่ รอยแดง, รอยดำ, หลุมแผลเป็น, แผลเป็นนูน

  1. ความจริงเกี่ยวกับเรื่องสิว

5.1 สิวคือภาวะการอักเสบเรื้อรังของผิว

5.2 สิวเป็นกรรมพันธุ์ หากพ่อแม่เป็นสิวอย่างร้ายแรง สามารถสืบทอดถึงลูกหลานได้

5.3 สิวจะหายไปเองประมาณ 70% ของผู้ที่เป็นหลังระยะเวลา 4-5 ปี แต่บางคนมีปัญหาเรื้อรังเป็นสิบๆ ปีก็มี

5.4 ควรรักษาสิวตั้งแต่แรกเป็น เพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น และเพื่อผลดีต่อจิตใจ

5.5 สิวมิได้เกิดจากอาหารที่เรากิน จากอาหารที่มีไขมันหรือจากช็อกโกแลต

5.6 สิวไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเพศ ไม่ว่าจะมีการร่วมหลับนอนน้อยหรือมากครั้ง

5.7 สิวไม่บรรเทาลงในระหว่างตั้งครรภ์ บางคนยิ่งเป็นมากขึ้นด้วยซ้ำ

5.8 สิวไม่ได้เกิดจากการทำความสะอาดใบหน้าไม่สะอาด ควรทำความสะอาดผิว 2 ครั้งต่อวัน การทำความสะอาดผิวมากเกินไปอาจทำให้ ผิวแห้ง เกิดอาการระคายเคืองได้

5.9 ไม่ควรบีบ แกะ เกาสิว ถ้ามีสิวหัวดำ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทปลอกออก และทำตามคำแนะนำในการใช้อย่างเคร่งครัด

     

ขอบคุณสาระดีดีจาก : https://sites.google.com/site/wirawitsk141104/bth-thii-2-xeksar-laea-wrrnkrrm-thi-keiywkhxng-1/thakhwam-rucak-kab-reuxng-siw-siw